ต้นกัญชง

 
ภาพที่ 1 :  ซ้าย: เมล็ดกัญชงทั้งเปลือก ขวา: เมล็ดกัญชงแกะเปลือก
 
เมล็ดกัญชงมีคุณค่าทางโปรตีนสูงสามารถนำไปผลิตแป้งเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบประกอบอาหารหรือผลิตภัณฑ์เสริมโปรตีนหรือผลิตเป็นแป้งทดแทนถั่วเหลืองได้เป็นอย่างดี ซึ่งในอนาคตอาจใช้เป็นทางเลือกในการบริโภคแทนถั่วเหลืองซึ่งเป็นพืช GMOs ก็เป็นได้ นอกจากนี้ยังมีปริมาณน้ำมันค่อนข้างสูง น้ำมันจากเมล็ดกัญชงเป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ มีทั้งกรดไลโนเลอิก (โอเมก้า-6 ) 54-60% และกรดไลโนเลนิก (โอเมก้า-3) 15-20% ในสัดส่วนที่สมดุล น้ำมันเมล็ดกัญชงเพียงชนิดเดียวจะได้ประโยชน์จากกรดทั้งสองประเภท กรดไขมันโอเมก้า-3 (omega-3 fatty acid or alpha linolenic acid (ALA)) และกรดไขมัน โอเมก้า-6 (omega-6 fatty acid) เป็นกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวสูง (polyunsaturated fatty acid) ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์
 
นอกจากนี้น้ำมันจากเมล็ดสามารถไปผลิตเป็นน้ำมันซักแห้ง ทำสบู่ เครื่องสำอาง ครีมกันแดด แชมพู สบู่ โลชั่นบำรุงผิว ลิปสติก ลิปบาล์ม แผ่นมาส์กหน้า หรือแม้กระทั่งเป็นน้ำมันเชื้อเพลิง และถูกพัฒนาเป็นตำรับครีมน้ำมันกัญชงที่ให้ความชุ่มชื้นและช่วยบำรุงผิวแห้งเพื่อรักษาโรคผิวแห้งคันและสะเก็ดเงินที่ได้ผลเป็นอย่างดี
 
เนื่องจากเป็นเมล็ดพืชที่มีปริมาณน้ำมันจึงต้องมีการจัดการหลังเก็บเกี่ยวที่ถูกวิธี เพื่อให้ได้ปริมาณและคุณภาพน้ำมันที่ดี
 
ลักษณะของเมล็ดกัญชงที่ดีหลังเก็บเกี่ยว

• สีและลักษณะ: เมล็ดสีน้ำตาลอมเทา. เมล็ดคุณภาพดีที่โตเต็มที่แล้วจะมีรอยดำบนเมล็ด
• รสและกลิ่น: รสและกลิ่นถั่วหอมกลิ่นเทอร์ปีนเล็กน้อย
• ความบริสุทธิ์: เมล็ดสะอาดบริสุทธิ์ถึง 99.9% เมล็ดที่ผุกร่อน ไม่สมบูรณ์หรือแช่แข็งมีเปลือกหุ้มเมล็ดสีน้ำตาลอ่อนไม่มีสี เมล็ดคุณภาพต่ำทั้งหมดจะต้องถูกกำจัดออกโดยผ่านกระบวนการทำความสะอาด
• การจัดเกรด: ระดับเปอร์ออกไซด์เป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณาคุณภาพระดับอุตสาหกรรม ค่าเปอร์ออกไซด์เป็นตัววัดความหืนที่อาจเกิดขึ้นในตัวอย่าง เมล็ดกัญชงที่มีค่าเปอร์ออกไซด์ต่ำกว่า 2 เมกกะวัตต์/กก. ผู้ปลูกสามารถลดระดับเปอร์ออกไซด์ได้โดยการลดการบาดเจ็บของเมล็ดระหว่างการเก็บเกี่ยว การทำความสะอาด และการจัดการ ซึ่งสามารถทำได้โดยการเก็บเกี่ยวที่ช่วงความชื้นที่สูงขึ้นและความชื้นในเมล็ดเป็นเปอร์เซ็นต์ที่ยอมรับได้ การชะลอความเร็วสายพานลำเลียง อุปกรณ์เก็บเกี่ยวและทำความสะอาด 
• สารพิษ: ต้องมีระดับโคลิฟอร์มและอีโคไลที่ยอมรับได้ 
• ปริมาณความชื้น: ไม่ควรเกิน 8%
 
 

กัญชงมีลักษณะทางพฤกษศาสตร์คล้ายกัญชา แตกต่างกัน คือ ต่อมน้ำมันของกัญชงมีน้อยกว่า มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cannabis sativa L var. sativa  กัญชง เป็นพืชล้มลุกมีอายุเพียงปีเดียว ลําต้นตั้งตรงสูงประมาณ 1-6 เมตร การปลูกกัญชงจะใช้วิธีปลูกด้วยเมล็ด ใช้เวลางอก 8-14 วัน ถ้าปลูกเพื่อวัตถุประสงค์ใช้เส้นใยจะใช้เวลาปลูกประมาณ 3 เดือน ถ้าต้องการช่อดอกใช้เวลา 4-5 เดือน ถ้าต้องการเก็บเมล็ดจะต้องปลูกนาน 6-7 เดือน กัญชงถือเป็นพืชที่มีบทบาทและความสำคัญต่อหลายประเทศในโลกมานานแล้ว เนื่องจากเป็นพืชที่สามารถนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้หลายด้าน โดยเส้นใยของกัญชงสามารถนำไปผลิตกระดาษ สิ่งทอ พลาสติก ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เชื้อเพลิง ในประเทศไทยการคัดสายพันธุ์ของกัญชงที่ผ่านมามุ่งเน้นเพื่อการใช้ประโยชน์จากเปลือกลำต้นทำเส้นใยจึงต้องการลำต้นที่สูง 
มูลนิธิโครงการหลวงและสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ได้รวบรวมพันธุ์กัญชงตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 และเริ่มคัดเลือกพันธุ์ให้มีปริมาณสารเสพติด THC ต่ำ โดยใช้วิธีการคัดเลือกรวม (Mass selection) และในปี พ.ศ. 2554 ได้ขึ้นทะเบียนพันธุ์เฮมพ์ต่อกรมวิชาการเกษตร 4 พันธุ์ คือ RPF1, RPF2, RPF3 และ RPF4 มีสาร THC ต่ำกว่า 0.3% (0.072- 0.270%) และมีปริมาณ CBD เฉลี่ย 0.824% (0.594 - 1.100 %) และมีเปอร์เซ็นต์เส้นใยเฉลี่ย 13.9 % (12.9 – 14.7 %) สามารถเจริญเติบโตและในพื้นที่สูงที่มีแตกต่างกัน