ข่าวในประเทศ

กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเกมรุกถ่ายทอดเทคโนโลยีแปรรูปกัญชง
วันที่อัพเดท: 3 ก.ย. 2564

นายสุชาติ ไตรแสงรุจิระ  ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมาตนเป็นประธานเปิดการสัมมนาและปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “การส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมพืชกัญชงสู่เชิงพาณิชย์ภายใต้การขับเคลื่อนของกระทรวงอุตสาหกรรม” ภายใต้โครงการ “สนับสนุนอุตสาหกรรมแปรรูปพืชกัญชง เพื่อตอบสนองเศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy)” ปี 2564  โดยสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม และหน่วยร่วมดำเนินการ 3 สถาบันเครือข่าย ได้แก่ สถาบันอาหาร สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ร่วมจัดงานเพื่อเผยแพร่การถ่ายทอดเทคโนโลยีแปรรูปกัญชงเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงไปสู่ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่อุปทานกัญชงให้แก่ ภาคอุตสาหกรรมและผู้สนใจทั่วไป โดยได้รับการตอบรับจากทั้งภาครัฐ  สถาบันการศึกษาและผู้ประกอบการต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสัมมนาผ่านระบบออนไลน์จำนวนกว่า  500 ราย
 
นายสุชาติ กล่าวว่า พืชกัญชงมีศักยภาพสูงในการสร้างผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม เห็นได้จากมูลค่าตลาดของอุตสาหกรรมกัญชงโลกมีการขยายตัวในอัตราเร่ง  ในปี 2563 ตลาดกัญชงโลกมีขนาดตลาดมูลค่า  4.7 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (142,000 ล้านบาท) และคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีถึงร้อยละ  22.4  โดยภายใน 7 ปีข้างหน้า (ปี 2570) คาดว่าจะมีมูลค่ากว่า 18.6 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (558,000 ล้านบาท) 
 
โดยปี 2563 การใช้ประโยชน์จากกัญชงในตลาดโลกมีสัดส่วนใช้เป็นผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลมากถึง  37.1% รองลงมาคือ อาหารและเครื่องดื่ม 25.2%  สิ่งทอ  18.6%  ยา 11.6% และอื่นๆ 7.5% ซึ่ง 3 ใน 4 ของยอดขายผลิตภัณฑ์กัญชงอยู่ในตลาดยุโรปและสหรัฐอเมริกา 
 
สำหรับประเทศไทยกัญชงมีความสำคัญต่อการพัฒนายกระดับอุตสาหกรรม   S-Curve และ  New S-Curve ในฐานะที่เป็นพืชเศรษฐกิจที่จะมีบทบาทพัฒนาเป็นสินค้าอุตสาหกรรมที่มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมของประเทศ  สอดคล้องตามแนวนโยบาย BCG Model ที่จะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้สูงขึ้น เกิดการจ้างงาน  สร้างผู้ประกอบการนวัตกรรม ขยายโอกาสทางการค้า เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรตลอดห่วงโซ่คุณค่าและสร้างรายได้ให้แก่ประเทศ
 
นางสาวพะเยาว์ คำมุข  รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กล่าวว่า สศอ. เล็งเห็นความสำคัญในการผลักดันการพัฒนาอุตสาหกรรมกลางน้ำและปลายน้ำ เพื่อให้เกิดการพัฒนาและแปรรูปพืชกัญชงสู่เชิงพาณิชย์อย่างครบวงจร จึงดำเนินโครงการดังกล่าวเพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์จากพืชกัญชงได้ครบทุกส่วนตามนโยบายประเทศไทยที่สนับสนุนกัญชงให้เป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ตามนโยบาย BCG Model  ซึ่งได้พัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์จากกัญชง 25 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม 6 ผลิตภัณฑ์, อาหารสัตว์ 2 ผลิตภัณฑ์, สารสกัดจากใบ รากกัญชงและเครื่องสำอาง  5  ผลิตภัณฑ์, ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและผลิตภัณฑ์จากยางคอมปาวด์ 4 ผลิตภัณฑ์, ผลิตภัณฑ์สิ่งทอ 5 ผลิตภัณฑ์และผลิตภัณฑ์คอมโพสิต 3 ผลิตภัณฑ์ ที่นำส่วนของ เมล็ด ใบ เปลือก ลำต้น แกนในลำต้นเส้นใย กิ่งก้าน รากกัญชง มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงและถ่ายทอดเทคโนโลยีการแปรรูปไปสู่ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่อุปทานกัญชงให้แก่ภาคอุตสาหกรรมและผู้สนใจทั่วไป จึงนับเป็นการสร้างโอกาสให้อุตสาหกรรมแปรรูปกัญชงของประเทศไทยให้เติบโตและขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศได้ในอนาคต
 
พร้อมกันนี้ กระทรวงอุตสาหกรรม โดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) จัดทำมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเพื่อรองรับการผลิตสินค้าจากพืชกัญชงสู่เชิงพาณิชย์  6 มาตรฐาน ได้แก่  น้ำมันเมล็ดกัญชง (มอก. 3171), สารสกัดจากกัญชงที่มี CBD รวมไม่น้อยกว่า 30% โดยมวล (มอก. 3172), สารสกัดจากกัญชงที่มี CBD รวมไม่น้อยกว่า 80% โดยมวล (มอก. 3173), เปลือกกัญชง (มอก. 3184), แกนกัญชง (มอก. 3185) และเส้นใยกัญชง (มอก. 3225)  ล่าสุด มีคำสั่งกระทรวงอุตสาหกรรมที่ 175/2564 เรื่อง “แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรรมพืชกัญชงสู่เชิงพาณิชย์” มีวัตถุประสงค์ส่งเสริมและพัฒนาพืชกัญชงให้สามารถเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ อันจะเป็นการสร้างรายได้ผลิตภัณฑ์ให้แก่ชุมชนได้ต่อเนื่องอย่างยั่งยืน
 
 
 
 
ที่มา:

ข่าวอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

...
Exploring the World of Cannabis’ Farm – Food – Medicine – Cosmetic โปรแกรม 3 : วันที่ 29 – 30 มิ.ย. นี้ เส้นทาง กทม. - ปักธงชัย - เขาใหญ่

ดู 394 ครั้ง 7 มิ.ย. 2565

...
THAILAND CANN D-DAY on Tour Ep.1 @บุรีรัมย์

ดู 702 ครั้ง 10 ม.ค. 2565