ต้นกัญชง

 
ต้นและรากกัญชง
 
รากกัญชงที่ใช้เป็นยา
เป็นเวลาหลายพันปีมาแล้ว เช่น ในกรีซและอียิปต์โบราณ และจีน มีการนำรากกัญชงไปใช้เป็นยา และปัจจุบันประเทศต่างๆ ก็ได้มีการนำกัญชงไปใช้ประโยชน์ ทั้งในยุโรป เอเชีย และอเมริกาใต้
รากกัญชงสามารถนำไปใช้ได้หลากหลายในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ยาแก้ปวดกระดูกและปวดกล้ามเนื้อ และแผลบวม ไปจนถึงการช่วยให้เซลล์เติบโตและช่วยทำให้เนื้อเยื่อสมานกัน
ในอดีต วงการวิทยาศาสตร์มักจะละเลยต้นกัญชง จากประเด็นการเป็นมลทินในการศึกษาเรื่องดังกล่าว อย่างไรก็ตามวงการแพทย์สมัยใหม่กำลังค้นพบคุณสมบัติมหัศจรรย์ของรากกัญชง 
 
ลักษณะของรากกัญชง
รากกัญชงมีลักษณะยาวและลึก จึงทำให้เป็นพืชที่ปรับตัวได้ดีมาก โดยอาจมีความยาว 6 – 12 นิ้ว ซึ่งทำให้สามารถเก็บสะสมสารอาหารได้มาก แม้แต่ในดินที่ถูกชะล้างออกไป
 
การค้นพบประโยชน์ของรากกัญชง
ในปี 1971 นักวิจัยได้ค้นพบรากของต้นกัญชงที่ประกอบด้วยสาร Terpene ที่ให้กลิ่นหอม ซึ่งทำให้กัญชาเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย สาร Terpene บางชนิด เช่น Isoprene มีคุณสมบัติขับเสมหะและดูดความชื้นได้ดี ทำให้เหมาะสำหรับรักษาโรคหลอดลมอักเสบ ส่วน Friedelin เป็นสาร Terpene จากรากของต้นกัญชงโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นหนึ่งสาเหตุที่ทำให้น้ำมันกัญชงมีความหลากหลายทางเคมีชีวภาพ และช่วยรักษาโรคต่างๆ หลายโรค ทั้งนี้ Terpene ประเภทนี้ใช้เป็นยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบและยาลดไข้

เป็นเวลาพันปีมาแล้ว ที่ส่วนต่างๆ ของพืชตระกูลกัญชา เช่น ใบ ดอก เมล็ด และลำต้น เป็นต้น ได้ถูกนำไปใช้เป็นอาหาร เชื้อเพลิง เส้นใย ยา และอื่นๆสำหรับราก ได้นำไปใช้เพื่อรักษาโรคเก๊าท์ ไขข้ออักเสบ ข้อฝืดแข็ง แก้ไข้ การอักเสบ ผิวหนังไหม้ เนื้องอกแข็ง การคลอดบุตรยาก ระบบทางเดินอาหาร กามโรค และการติดเชื้อ แต่ถึงแม้จะมีประวัติอันยาวนานในการรักษาโรค แต่รากของพืชตระกูลกัญชา ถูกละเลยเป็นอย่างมากในการวิจัยทางการแพทย์สมัยใหม่และการนำไปใช้

ตั้งแต่ศตวรรษที่หนึ่งมาแล้ว มีการบันทึกว่า รากของพืชตระกูลกัญชามีคุณสมบัติช่วยลดความฝืดแข็งของข้อ และรักษาโรคเก๊าท์ ในศตวรรษที่ 17มีการบันทึกว่า รากของพืชตระกูลกัญชามีคุณสมบัติในการรักษาการอักเสบ การปวดข้อ และโรคเก๊าท์ จากนั้น ได้มีการศึกษาและวิจัยเรื่องสารประกอบของรากของพืชตระกูลกัญชาและสรรพคุณทางยาน้อยมาก ทั้งนี้ สารออกฤทธ์ที่ค้นพบในรากของพืชตระกูลกัญชาได้แก่ สาร triterpenoidsเช่น friedelin (12.8 มก/กก) และ epifriedelanol (21.3 มก/กก)สาร alkaloidsเช่น cannabisativine (2.5 มก/กก) และ anhydrocannabisativine (0.3 มก/กก)สาร carvone และ dihydrocarvoneรวมทั้ง N-(p-hydroxy-β-phenylethyl)-p-hydroxy-trans-cinnamamide (1.6 มก/กก) สาร sterols ต่างๆ เช่น sitosterol (1.5%), campesterol (0.78%)และ stigmasterol (0.56%)ตลอดจนสารประกอบย่อยอื่นๆ เช่น choline

อย่างไรก็ตาม รากของพืชตระกูลกัญชาไม่ได้เป็นแหล่งสำคัญของสาร Δ9-tetrahydrocannabinol (THC) สาร cannabidiol หรือ phytocannabinoids อื่นๆ ซึ่งเป็นที่น่าสนใจว่า รากของพืชตระกูลกัญชาไม่มีส่วนประกอบที่สำคัญของ cannabinoids ส่วนปริมาณของ Δ-tetrahydrocannabinol (THC) ในเมล็ดแห้ง ราก ลำต้น ใบ และดอก พบว่ามีปริมาณ 0.0%, 0.0%, 0.3%, 0.8% และ 15.2% โดยมวล ตามลำดับ

Sethi และคณะ ได้ทำการเก็บรากจากพืชตระกูลกัญชาในอินเดีย และพบว่า จากตัวอย่างของรากที่อบแห้งและป่นแล้ว น้ำหนัก 2 กก. จะสามารถสกัด friedelinได้ 15 มก. สกัด epifriedelanol ได้ 29 มก. และ beta-sitosterol ได้ 30 มก. นอกจากนี้ carvone ที่พบในรากของพืชตระกูลกัญชาที่เก็บในอินเดีย โดย Sethi และคณะ ยังมีฤทธิ์แก้อาการปวด และน้ำมัน M. spicata (สเปียร์มิ้นท์) ที่มีส่วนประกอบของ carvone ถึง 60–70% ยังอยู่ในระหว่างการทดลองที่จะรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม

 
ในปัจจุบัน การใช้พืชตระกูลกัญชาในการบำบัด จะมีการพิจารณาเพียงผลของสาร cannabinoids และ terpenes ที่พบในดอกของพืชตระกูลกัญชาเท่านั้น บ่อยครั้งมักถูกละเลยว่า ความจริงแล้ว พลังของพืชทั้งต้นมาจากรากซึ่งรากเป็นสิ่งมีค่าที่มีคุณสมบัติที่น่าประหลาดใจ
 
 กลับไปยังราก
  ในยุคจีนโบราณหลายพันปีก่อน  รากกัญชงได้รับการยกย่องว่าช่วยแก้อาการเจ็บปวดได้ เมื่ออยู่ในรูปของผงแห้ง รากกัญชงสามารถผสมกับน้ำจากใบของต้นกัญชงให้เป็นแป้ง และช่วยในการรักษากระดูกหัก สารสกัดของรากยังเป็นที่นิยมของหมอตำแย ซึ่งจะช่วยห้ามเลือดในกรณีคลอดบุตรยาก และยังช่วยปรับความสมดุลของฮอร์โมน ชาวโรมันใช้รากกัญชงในการรักษาอาการตะคริว โรคผิดปกติภายในข้อ และโรคข้ออักเสบ เป็นเวลาหลายศตวรรษมาแล้วที่วงการแพทย์ในยุโรป แนะนำให้ใช้รากกัญชงในการรักษาโรคทางกระดูกและกล้ามเนื้อ โรคเก๊าท์ และโรคข้ออักเสบ นอกจากนี้ ยังใช้ในการรักษากามโรค ปัญหาของระบบทางเดินอาหาร และการติดเชื้อ ส่วนในอินเดีย การใช้รากและใบกัญชง ยังเป็นที่นิยมในการรักษาแผลไหม้ การอักเสบของผิวหนัง โรคผื่นแพ้อักเสบ และริดสีดวงทวาร
 
ยาต้านการเจ็บปวดและโรคมะเร็ง
รากกัญชงยังประกอบด้วยสาร friedelin และ epifriedelanolซึ่งการวิจัยทางวิทยาศาสตร์หลายแห่งพบว่ามีศักยภาพในการต่อต้านโรคมะเร็ง อีกทั้งยังประกอบด้วยสาร pentacyclic triterpenoids (PCTs) ซึ่งสนับสนุนการตายของเซลล์อย่างเป็นระบบของเซลล์มะเร็ง และยังต่อต้านการอักเสบ นอกจากนี้ friedelin